ลิฟต์บ้านมีกี่ประเภท

ลิฟต์ เป็นสิ่งที่เราพบเห็นมากขึ้นในบ้านสมัยใหม่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับลิฟต์บ้านกัน ว่ามีกี่ประเภท สถาปัตยกรรม วิศวกรรม มีรายละเอียดเช่นไรบ้าง แล้วข้อดี ข้อเสียของแต่ละแบบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือซื้อ เลือกหาลิฟต์บ้านที่เหมาะสมกับอาคาร อสังหาริมทรัพย์ของคุณกัน

1. Hydraulic System

เป็นการนำระบบไฮดรอลิคมาใช้ในการขับเคลื่อนลิฟต์ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1.1 Direct Drive Hydraulic

ลิฟต์ประเภทนี้ขับเคลื่อนจากการแรงดันในกระบอกไฮดรอลิคโดยตรง ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าว ต้องอาศัยปั้มไฮดรอลิคขนาดใหญ่ ในการสร้างแรงดันให้กระบอกไฮดรอลิค โดยขนาดของแรงที่ผลักดันลิฟต์ขึ้นอยู่กับแรงดันและขนาดของกระบอก ส่วนความเร็วในการเคลื่อนที่ของลิฟต์เกิดขึ้นจากกำลังของปั้ม โดยทั่วไปลิฟต์ไฮดรอลิคใช้ปั้มขนาด 2.2 kw

กระบอกไฮดรอลิคอาศัยหลักการใช้ลูกสูบหุ้มซีนกันรั่วเคลื่อนที่อยู่ภายในกระบอกสูบ หากซีนดังกล่าวเกิดการรั่วซึมก็จะทำให้กระบอกไฮดรอลิคสูญเสียการรับแรง ปัจจัยที่ทำให้ซีนรั่วคือฝุ่นที่เข้าไปติดในกระบอก อนุภาคฝุ่นเหล่านี้จะเข้าทำให้เกิดการเสียดสีภายในกระบอกส่งผลให้ซีนรั่ว ดังนั้นการป้องกันฝุ่นสำหรับลิฟต์ประเภทนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในสภาพแวดล้อมจริงนั้นการป้องกันฝุ่นทำได้ค่อนข้างยาก จึงทำให้ลิฟต์ไฮดรอลิคต้องทำการตรวจเช็คกระบอกอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องการใช้ซีนเกรดดีมากเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยาง

1.2 X-Lift

เป็นลักษณะลิฟต์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก ใช้ไฮดรอลิกในการขับเคลื่อนแนวเฉียง ขับเหล็กตัว X ให้ขึ้นลงในทิ

2. Screw Driven

ใช้หลักการการขับเคลื่อนด้วยแรงบิดของ Lead Screw คล้ายคลึงกับการทำงานของเครื่องจักรอุตสาหกรรมบางประเภท โดยใช้เกลียว ไต่ขึ้นลงตามแนวความสูงของราว ทำให้ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย สามารถทำได้ง่ายในที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัด

3. Hoisting System (Traction Machine)

คือระบบลิฟต์โดยสารภายในอาคารทั่วไป ขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าสร้างแรงบิดให้แก่มูเล่ย์ และมูเล่ย์สร้างแรงดึงให้กับTraction Component เช่น สลิง เพื่อดึงตู้ลิฟต์ให้เคลื่อนที่ ระบบนี้เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบอื่นๆเนื่องจากเกิดการสูญเสียพลังงานเนื่องจากการส่งกำลังน้อย ลิฟต์สามารถทำความเร็วได้มากกว่าในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานได้เท่ากัน

การนำระบบการขับเคลื่อนประเภทนี้มาใช้นั้นอาคารหรือบ้านจำเป็นต้องก่อสร้าง ปล่องลิฟต์” (Hoist-way) เพื่อให้ลิฟต์สามารถติดตั้งและขับเคลื่อนภายในปล่อง เนื่องจากลิฟต์ประเภทนี้มีสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ทำให้ต้องการพื้นในการติดตั้งค่อนข้างมากซึ่งส่งผลให้ต้องก่อสร้างปล่องลิฟต์ที่มีขนาดใหญ่ โดยทั่วไปหากลิฟต์ขนาด 280 kg ซึ่งต้องใช้ตู้ลิฟต์ขนาด 0.9 x1.2 ตารางเมตร ก็จะต้องใช้ขนาดปล่องลิฟต์ 2.5 x 2.5 ตารางเมตร เมื่อเทียบกับหน้ากว้างของอาคารพาณิชย์ทั่วไป(4 เมตร) จะเห็นได้ว่าลิฟต์มีความกว้างเป็นสัดส่วน 62.5 % ของบ้าน ความกว้างขนาดนี้ส่งผลถึงการลดลงของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอย่างชัดเจน

ลิฟท์ทั้ง 3 ระบบ นี้ ต่างมีดี ข้อเสีย ต่างกันตามข้อมูลในตารางด้านล่าง

Hoisting System Screw Driven Hydraulic Elevator
การใช้ไฟฟ้า ปานกลาง มีระบบ Electronic ช่วย ปานกลาง แต่สูงกว่าระบบดึง เพราะมีแรงเสียดทานมากว่า สูง เพราะมอเตอร์ทำงานตลอดเวลา
ค่าไฟฟ้าเวลา Stand by ต่ำ ปานกลาง สูง
ความสูง ไปได้สูงมาก ไม่มาก ปกติไม่เกิน 3 ชั้น ไม่มาก ปกติไม่เกิน 3 ชั้น
เวลาต่อชั้น 3-8 วินาที 15-25 วินาที 15-25 วินาที
การติดตั้ง ใช้เวลามากกว่า ปานกลาง ปานกลาง
ความปลอดภัย สูง สูง สูง
การซ่อมบำรุง ปานกลาง ปานกลาง ปานกลาง

ดังนั้น แต่ละระบบมีข้อดี ข้อเสียที่ต่างกัน การนำมาติดตั้งในอาคารที่พักอาศัย ก็มีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงมากมาย อย่างไร ก่อนติดตั้งลิฟต์บ้าน ควรปรึกษาบริษัทผู้ให้บริการหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้วยนะครับ